บันทึกส่วนตัว
posted on 10 Jun 2011 00:12 by imustanเกือบสิบปีแล้วที่ฉันเริ่มเขียนบันทึกส่วนตัว หรือไดอารี่
มันเริ่มจากความอัดอั้นตันใจในเรื่องไร้สาระที่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง
ไดอารี่จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของฉัน
จนวันนี้เรื่องราวในไดอารี่นั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระ
แต่ในความไร้สาระเหล่านั้น ทำไมฉันรู้สึกว่ามันสนุกจังเลยนะ
ฉันไม่ได้บรรยายภาพเหตุการณ์ที่น่าตื่นเต้นระทึกใจ
หรือเหตุการณ์ที่น่าจดจำในช่วงเวลาหนึ่งได้อย่างละเอียด
ทุกถ้อยคำในไดอารี่ไร้สาระของฉันมีแต่ความรู้สึก และบรรยากาศ
เสียใจ ร้องไห้ ดีใจ หงุดหงิด อึดอัด
ถ้อยคำที่เขียนนั้นมีแต่ฉันเท่านั้นที่รู้สึกถึงอารมณ์ ความรู้สึกในตอนนั้น
ดังนั้นไดอารี่ของฉันจึงไม่ได้ทำหน้าที่เก็บบันทึกความทรงจำอะไรมากนัก
ส่วนใหญ่ฉันใช้มันเป็นเครื่องรองรับอารมณ์ของฉันมากกว่า
...ฟังดูน่าสงสารจังนะไดอารี่
แต่ไดอารี่ก็เป็นเพื่อนที่สามารถรับฟังฉันได้ดีที่สุด
ไม่พูดมาก ไม่พูดขัด ไม่เหน็บแนม ไม่เยาะเย้ย
มีที่ว่างเพียงพอให้ฉัน และอยู่ตรงนั้นกับฉันเสมอ
ตราบใดที่ปากกาหมึกไม่หมด และยังมีหน้าว่างถัดไป
การเขียนบันทึกส่วนตัวก็เหมือนการทบทวนตัวเอง
เป็นบทสนทนาฝ่ายเดียว เราคิด แล้วเราก็เขียน เราอ่าน แล้วเราก็เขียน
วนอยู่แค่นี้ บางครั้งเราอาจหาทางออกของปัญหาไม่เจอ
แต่เมื่อเริ่มเขียน เราก็จะเริ่มคิดได้ว่าสิ่งนั้นมันเริ่มที่ตรงไหน
มีคนเคยบอกว่าเวลาเขียนไดอารี่ให้เขียนถึงความผิดพลาดในวันนั้นของเรา
เพื่อที่พรุ่งนี้เราจะไม่ทำมันอีก...
แต่ฉันก็ลืมทุกทีว่าเคยผิดพลาด และยังคงผิดพลาดซ้ำๆเรื่อยมา
กับเรื่องของคนๆนั้น...
ก็ไม่รู้ว่าผิดพลาดโดยไม่รู้ตัว หรือเจตนากันแน่
แต่ไม่ว่าจะเขียนอะไรลงไป จะจำหรือไม่จำเรื่องราวเหล่านั้น
การเขียนบันทึกส่วนตัวเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับฉัน
ไม่รู้นะ อาจเพราะเป็นความบกพร่องทางการสื่อสารกับผู้คน
ที่ทำให้ฉันรู้สึกไม่เต็มร้อยกับการสื่อสารเพื่อบอกความต้องการของตัวเองออกไป
หรือทำให้รู้สึกว่าการพูดเรื่องบางอย่างกับใครเป็นสิ่งต้องห้าม
เพราะฉะนั้นความเว้าแหว่งของฉันถูกเติมเต็มด้วยการเขียนบันทึก
บางเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ หรือบางเรื่องที่รู้สึกว่าถ้าเล่าให้ใครฟัง
แล้วเหมือนเป็นการเอาเรื่องปวดหัวไปให้เขา
เราสบายใจกว่าถ้าให้เรารับรู้แค่คนเดียว
หรือบางครั้งบางเรื่องถ้าเราเล่าไปแล้วการตอบสนองที่ได้รับ
ไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง ก็ยิ่งทำให้เรารู้สึกแย่เข้าไปอีก
เรื่องที่น่าอาย เรื่องที่เจ็บปวด ปล่อยให้มันเข้าไปอยู่ในบันทึกนั้น
ผ่านไปหลายๆวันเข้า ความเจ็บปวดก็เบาบางลง
อาจถึงกับลืมเรื่องนั้นไปเลยก็ได้ เมื่อเรากลับมาอ่านบันทึกอีกครั้ง
ถึงความทรงจำจะกลับมา แต่มุมมองของเราอาจเปลี่ยนไป
บางเรื่องเราก็รู้สึกว่าทำไมตอนนั้นถึงงี่เง่าได้ขนาดนี้นะ
...ก็ได้แต่หัวเราะตัวเองน่ะ
ไม่ใช่ว่าไม่เปิดใจ หรือไม่ไว้ใจใคร
แต่เพราะไม่สามารถอธิบายสิ่งเหล่านั้นให้ใครเข้าใจได้
ความสามารถในการใช้คำและการโต้ตอบของฉันติดขัดนิดหน่อย
จึงค่อนข้างลำบากที่จะสื่อสารเรื่องยากๆในใจให้ใครฟังได้
แต่ถ้าอยากรู้ก็ช่วยตั้งใจฟังให้ดีและอดทนกับฉันหน่อยนะ